Skip to main content

Thailand’s Role in Driving ASEAN towards the Fourth Industrial Revolution

Thailand’s Role in Driving ASEAN

towards the Fourth Industrial Revolution


                Thailand’s theme for the ASEAN Chairmanship in 2019 is “Advancing Partnership for Sustainability.” Throughout the year, Thailand and fellow ASEAN member states intend to strengthen ASEAN cooperation in diverse sectors under the political and security, economic, and socio-cultural pillars of the ASEAN Community. One of the issues that require urgent attention is the impact of the Fourth Industrial Revolution or “4IR” to enable ASEAN to catch up with, as well as make good use of global innovations to help sustain long-term development.


          The 4IR is a technological and digital revolution which affects us all round, from the way we live and interact with one another to the way we work. This can be seen in the increasing use of social media platforms worldwide, as the new communication technologies enable people across the globe to connect seamlessly with one another, to learn new trends, and to share information. The 4IR can therefore promote cross-cultural understanding and a more closely knit ASEAN Community.


In addition, technological advancement in the age of 4IR has led to increasing access to information and the development of groundbreaking innovations and applications, including artificial intelligence (AI) and the Internet of Things. At present, the business community is already putting AI into practical use, such as the translation of multiple languages and factoring data analyses into investment decisions.


          Technological development has also contributed to long-term efficiency and productivity. It has reduced costs in transportation and communications, and enhanced the efficiency of global logistics systems and supply chains. As a result, the overall cost of investment in international trade has significantly reduced, while at the same time, opportunities in new markets are more open than before.


          ASEAN has high potential to become one of the world’s top five digital economies, given that its GDP has reached 2.8 trillion US dollars and it has an annual GDP growth of 5.3 percent since 2000. In addition, ASEAN’s digital market has expanded three-fold in the past three years and 7 percent of ASEAN’s GDP is derived from the digital economy. Currently, Singapore, Malaysia, Indonesia, and Thailand are the forefront nations in 4IR due to their growing middle class and a largely digital-literate population. These ASEAN countries also have an increasing number of people using the internet and a majority of SMEs that utilise digital tools in their business operations.


However, there are always two sides of the coin. Despite the advantages cited above, 4IR also poses challenges for all the three pillars of the ASEAN Community. For example, the political security pillar is threatened by cybersecurity, privacy of information and misuse of information on the internet. The economic pillar has to contend with the widening gap in competitiveness between large companies and SMEs, since the latter is at a disadvantage in terms of funding for research and development (R&D) as well as for acquiring new technology.


With regard to the socio-cultural pillar, 4IR raises huge concern over the possibility that robots will replace humans, particularly in the case of low-skilled labour in garment and shoe industries. Moreover, 4IR could lead to greater social inequality, arising from the growing social gap of the new digital tools. As such, 4IR impacts society in all dimensions and necessitates all stakeholders to work together towards an integrated approach in dealing with these challenges.


            An assessment report by the ASEAN Secretariat reveals that ASEAN member states have different levels of readiness for the 4IR. The ASEAN Secretariat has proposed ASEAN countries to coordinate with each other to promote joint development in all sectors and maintain the momentum in economic growth.


          Thailand has prepared for 4IR both at the national and regional levels during its ASEAN Chairmanship. At the national level, Thailand has initiated the Thailand 4.0 strategy to upgrade technological and economic competitiveness by promoting human resource development, digitalization in all sectors of the society and inclusive development. At the regional level, Thailand is pushing for an ASEAN vision to promote creativity, innovation, and connectivity.


Five out of twelve deliverables in the economic pillar under Thailand’s ASEAN Chairmanship focus on 4IR issues. These include the ASEAN Digital Integration Framework Action Plan, the ASEAN Innovation Roadmap, Guidelines on Skilled Labour / Professional Services Development in Response to the Fourth Industrial Revolution, the ASEAN Declaration on Industrial Transformation to Industry 4.0, and the Digitalisation of ASEAN Micro-Enterprises or the use of digital technology to access international markets. Furthermore, Thailand will continue to promote ASEAN cooperation on ASEAN Smart Cities Network that was initiated under Singapore’s ASEAN Chairmanship.


In January 2019, the Digital Government Development Agency (Public Organization) organized the “Digital Government Summit 2019” to showcase Thailand’s achievements and progress in providing digital services in various areas. The concept of the Summit was “3D,” Digital, Data and Design, with a view to highlight Thailand’s technological potential and preparations for efficient e-government services and platforms. Many agencies that provide digital services joined the event such as the Department of Provincial Administration, Ministry of Interior, the Department of Land Transport, Ministry of Transport, and the Revenue Department, Ministry of Finance.


Thailand is ready to exchange experiences with ASEAN member states in the development of digital government services and digital infrastructure to promote a comprehensive and sustainable ASEAN approach in addressing issues related to the 4IR during Thailand’s ASEAN Chairmanship and beyond.




บทบาทของไทยในการขับเคลื่อนอาเซียนสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ ๔


เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปาฐกถาในงาน รวมใจประสาน...สู่ประธานอาเซียน (Thailand Together for the ASEAN Chairmanship 2019)” ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เพื่ออธิบายถึงแนวคิดหลักในการเป็นประธานอาเซียนของไทย ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืนตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๒ จนถึงปลายปี ๒๕๖๒ โดยไทยจะสานต่อและขับเคลื่อนความร่วมมือในหลากหลายสาขาภายใต้ทั้งสามเสาของประชาคมอาเซียน ได้แก่ เสาการเมืองและความมั่นคง เสาเศรษฐกิจ เสาสังคมและวัฒนธรรม ซึ่งหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ไทยจะขับเคลื่อน คือ ความร่วมมือในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน       เพื่อรับมือกับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ ๔ เพื่อให้อาเซียนก้าวทันโลก และก้าวไกลสู่อนาคต   อย่างยั่งยืน


          การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ ๔ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า “Fourth Industrial Revolution” หรือ “4IR” เป็นการปฏิวัติด้านเทคโนโลยีและระบบดิจิทัล ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรอบด้านต่อวิธีการดำเนินชีวิต ปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และวิธีการทำงาน โดยในยุคปัจจุบัน ประชาชนหันมาใช้เวทีโซเชียลมีเดียเพื่อเชื่อมโยงกัน รับรู้เรื่องราวใหม่ ๆ และแบ่งปันข้อมูล ซึ่งถือเป็นโอกาสในการส่งเสริมความเข้าใจข้ามวัฒนธรรมและการรวมตัวให้เป็นประชาคมอาเซียนที่แน่นแฟ้น นอกจากนี้ 4IR ยังช่วยขยายโอกาสในการเข้าถึงข้อมูล การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาการ       ด้านอินเทอร์เน็ต วัสดุศาสตร์ และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ โดยปัจจุบัน สังคมภาคธุรกิจได้รับ


อานิสงค์หลายประการจากปัญญาประดิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นการแปลภาษา และการวิเคราะห์ข้อมูล    เพื่อการตัดสินใจลงทุน เป็นต้น

พัฒนาการด้านเทคโนโลยีได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและอัตราการผลิตในระยะยาว รวมทั้ง

ลดค่าใช้จ่ายในระบบการขนส่งและการสื่อสาร ซึ่งส่งผลให้การบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์       และห่วงโซ่อุปทานในตลาดโลกมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยลดต้นทุนการค้าระหว่างประเทศ          เปิดโอกาสในการเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ และทำให้เศรษฐกิจภาพรวมเติบโต

          อย่างไรก็ดี เมื่อพลิกเหรียญอีกด้านหนึ่ง ก็จะพบว่า 4IR ยังมาพร้อมกับประเด็นท้าทายต่อทั้งสามเสาของประชาคมอาเซียน  เช่น สำหรับเสาการเมืองและความมั่นคง 4IR ส่งผลกระทบต่อ      ความมั่นคงทางไซเบอร์ (cybersecurity) เพิ่มความเสี่ยงต่อความเป็นส่วนตัว (privacy) ของข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยบุคคลอื่นอาจเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวของเราและนำไปใช้ในทางมิชอบได้โดยวิธีการ      ที่สะดวกขึ้นหรือแยบยลมากขึ้น ในส่วนของเสาเศรษฐกิจ 4IR ทำให้ขีดความสามารถด้านการแข่งขันระหว่างบริษัทขนาดใหญ่กับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) มีช่องว่างระหว่างกันมากขึ้น      เพราะ SMEs เสียเปรียบด้านเงินลงทุนเพื่อการทำงานวิจัยและการพัฒนา (R&D) อุตสาหกรรมของตนเอง รวมทั้งการลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วย

นอกจากนี้ 4IR ยังส่งผลกระทบต่อเสาสังคมและวัฒนธรรม เพราะเริ่มเกิดความกังวลกันว่า ประชาชนจะตกงานเพราะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์ โดยเฉพาะแรงงานทักษะต่ำในอุตสาหกรรมสิ่งทอ       และรองเท้า เป็นต้น ยังมีข้อกังวลอีกว่า 4IR จะทำให้เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคมเพิ่มขึ้นอีก       ซึ่งเกิดจากการที่ประชากรมีความสามารถในการใช้เครื่องมือดิจิทัลแตกต่างกัน การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ ๔ จึงส่งผลกระทบต่อสังคมในทุกมิติและต่อประชาชนอย่างถ้วนหน้า  ส่งผลให้มีการกระตุ้น         ให้ทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกันเพื่อจัดการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ อย่างบูรณาการ

            อาเซียนมีศักยภาพสูงที่จะก้าวสู่ยุค 4IR และอาจจะติดอยู่ในกลุ่ม ๕ อันดับแรกในโลก         ในบรรดาประเทศที่มีเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยเทคโนโลยีดิจิทัล เพราะอาเซียนมี GDP รวมถึง      ๒.๘ ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราการเติบโตร้อยละ ๕.๓ มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ตลาดดิจิทัล          ของอาเซียนขยายตัวถึง ๓ เท่า ในรอบ ๓ ปี ปัจจุบัน ร้อยละ ๗ ของ GDP อาเซียนมาจากเศรษฐกิจดิจิทัล ประเทศที่ก้าวหน้าด้านนี้ ได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ซึ่งมีชนชั้นกลาง           ที่กำลังขยายตัวและประชากรส่วนมากเติบโตในยุคดิจิทัล มีคนใช้อินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ SMEs ส่วนใหญ่ในประเทศเหล่านี้ก็ปรับใช้เครื่องมือดิจิทัล (digital tools) ในการดำเนินธุรกิจด้วยแล้ว

เมื่อคำนึงถึงความสำคัญ โอกาสใหม่ ๆ และประเด็นท้าทายจาก 4IR  แล้ว สำนักเลขาธิการอาเซียนจึงได้จัดทำรายงานเพื่อประเมินความพร้อมของอาเซียนในการก้าวสู่ยุค 4IR และพบว่า แต่ละประเทศ         มีความพร้อมแตกต่างกัน จึงได้เสนอแนะให้ประเทศสมาชิกอาเซียนประสานงานระหว่างกัน         เพื่อพัฒนาไปพร้อม ๆ กันในทุกสาขา รวมทั้งรักษาพลวัตของการพัฒนาต่อไป

          ในส่วนของไทย ได้เตรียมการรับมือกับ 4IR ทั้งในระดับชาติและระดับภูมิภาคในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียน โดยมีนโยบายปฏิวัติอุตสาหกรรมสู่ประเทศไทย ๔.๐ ด้วยการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการพัฒนาอย่างทั่วถึง  และไทยยังต้องการผลักดันให้อาเซียนมีวิสัยทัศน์ร่วม

ในการส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม และความเชื่อมโยง โดยกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานประสานงานในฐานะที่รับผิดชอบเสาเศรษฐกิจ  ในบรรดา ๑๒ ผลลัพธ์ด้านเศรษฐกิจในช่วงที่ไทยเป็นประธานอาเซียน มี ๕ ผลลัพธ์ที่เกี่ยวข้องกับ 4IR ได้แก่ () แผนปฏิบัติการในการบูรณาการอาเซียน

ซึ่งรวมถึงการบูรณาการในมิติดิจิทัล () แผนงานอาเซียนด้านนวัตกรรม () แนวปฏิบัติด้านแรงงานที่มีทักษะสูง () กฎระเบียบอาเซียนเรื่อง 4IR และ () การปฏิวัติธุรกิจอาเซียนสู่ยุคดิจิทัล หรือการใช้เทคโนโลยีในยุคดิจิทัลเพื่อเข้าถึงตลาดระหว่างประเทศ นอกจากนี้ ไทยจะสานต่อสาขาความร่วมมืออาเซียนภายใต้การเป็นประธานอาเซียนของสิงคโปร์ด้านการพัฒนาและการเชื่อมโยงเมืองอัจฉริยะด้วย

          กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งดูแลภาพรวมของความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างประเทศ     ได้ประชาสัมพันธ์เรื่องนโยบายประเทศไทย ๔.๐ และการรับมือกับ 4IR อย่างบูรณาการในเวทีระหว่างประเทศ รวมทั้งได้ยืนยันความพร้อมของไทยที่จะแบ่งปันประสบการณ์และร่วมมือกับประเทศสมาชิกอาเซียนให้พัฒนาไปสู่ยุคเศรษฐกิจ ๔.๐ หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปพร้อม ๆ กันมาโดยตลอด

เมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๒ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้จัดงาน “Digital Government Summit 2019” นำเสนอผลงานเกี่ยวกับบริการดิจิทัลจากภาครัฐ

เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับความก้าวหน้าของไทยในการพัฒนาบริการต่าง ๆ ของหน่วยงานภาครัฐ ภายใต้แนวคิด “3D” คือ D1 Digital, D2 Data และ D3 Design เพื่อแสดงถึงศักยภาพ

ด้านเทคโนโลยีในหลากหลายสาขา และการเตรียมการยกระดับสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยให้ทุกภาคส่วน

มีส่วนร่วม ทั้งนี้ มีหลายหน่วยงานที่ให้บริการในรูปแบบดิจิทัลแล้ว อาทิ กรมการปกครอง

กรมการขนส่งทางบก และกรมสรรพากร ซึ่งไทยยินดีแบ่งปันประสบการณ์ในการพัฒนาบริการภาครัฐกับประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อชูบทบาทนำของไทยในการพัฒนาโครงสร้างดิจิทัล รวมทั้งการขับเคลื่อนความร่วมมืออาเซียนเพื่อรองรับ 4IR อย่างครอบคลุมและยั่งยืนต่อไป





By Thailand Today Editorial Team

Share this article

thailandtoday thailandtoday thailandtoday

thailandtoday thailandtoday thailandtoday

thailandtoday thailandtoday thailandtoday

thailandtoday thailandtoday thailandtoday

thailandtoday thailandtoday thailandtoday

thailandtoday thailandtoday thailandtoday

thailandtoday thailandtoday thailandtoday